Hope Club เปิดพื้นที่พูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองกับ First Jobber
เมื่อเร็ว ๆ นี้ Hope Club พื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญของสังคมไทย จัดวงสนทนาครั้งที่ 2 เปิดพื้นที่ให้คนทำงานรุ่นใหม่ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของโลกการทำงาน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ซิกเว่ เบรกเก้ (Sigve Brekke) Group CEO, True Corporation ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับคนรุ่นใหม่ในหลากหลายประเด็น ตั้งแต่เส้นทางอาชีพ ทักษะแห่งอนาคต ไปจนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเตรียมคนให้พร้อมสำหรับตลาดแรงงานยุคใหม่

จาก “พีระมิด” สู่ “องค์กรนาฬิกาทราย” เมื่อ AI เปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน
หนึ่งในประเด็นสำคัญของวงสนทนา คือความกังวลต่อผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะแนวโน้มการลดลงของตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น ซึ่งอาจทำให้คนจบใหม่เผชิญความท้าทายในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น
ที่ผ่านมา องค์กรส่วนใหญ่มักมีโครงสร้างคล้าย “พีระมิด” โดยมีฐานขนาดใหญ่เป็นพนักงานระดับเริ่มต้น ซึ่งรับผิดชอบงานที่มีขั้นตอนและรูปแบบชัดเจน ขณะที่ AI กำลังเข้ามารับช่วงงานพื้นฐานเหล่านี้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม มุมมองจากวงสนทนาเสนอภาพที่แตกต่างออกไป นั่นคือ “องค์กรรูปนาฬิกาทราย (Hourglass Organization)” ซึ่งแรงกดดันอาจไม่ได้เกิดขึ้นที่ฐานขององค์กรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นกับ “ส่วนกลาง” ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับผู้บริหาร
เมื่อ AI สามารถประมวลผลและส่งต่อข้อมูลได้อย่างรวดเร็วขึ้น บทบาทของคนในระดับกลางจึงมีแนวโน้มเปลี่ยนไป โดยอาจขยับขึ้นสู่บทบาทผู้นำ หรือพัฒนาไปสู่การเป็น Domain Expert ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ขณะเดียวกัน ฐานขององค์กรจะยังคงเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับ AI เพราะพวกเขาไม่ได้เข้ามาเพื่อทำงานประจำที่เทคโนโลยีสามารถทำแทนได้ แต่เข้ามาพร้อมความสามารถในการ ตั้งคำถามที่ถูกต้อง มองเห็นข้อผิดพลาด และใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพของตัวเอง
“AI ไม่ได้เข้ามาแทนความสามารถของมนุษย์ แต่เข้ามาขยายศักยภาพให้กว้างและไกลกว่าเดิม”

AI คือ “ซูเปอร์คาร์” แต่คนขับต้องรู้ว่าจะไปที่ไหน
หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจจากคนรุ่นใหม่ในวงสนทนา เปรียบ AI เป็นเสมือน “ซูเปอร์คาร์” โดยเฉพาะในสายงานผู้เชี่ยวชาญ รถที่ช้าย่อมจำกัดระยะทางและความเร็วในการเดินทาง แต่รถที่เร็วขึ้นสามารถพาเราไปได้ไกลและถึงจุดหมายที่ครั้งหนึ่งอาจดูเหมือนเป็นไปไม่ได้
ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมี AI เป็นเครื่องมือ แต่คือ การเรียนรู้ที่จะ “ขับรถเร็วคันนี้” ให้เป็น
คนรุ่นใหม่จึงควรใช้ AI ไม่ใช่เพียงเพื่อทำให้งานน้อยลง แต่ใช้เพื่อ เปิดประสบการณ์ให้มากขึ้น ทดลองสิ่งใหม่ และขยายขีดความสามารถของตัวเอง
เพราะในโลกการทำงานจริง โจทย์ไม่ได้ถูกกำหนดมาอย่างชัดเจนเหมือนในห้องเรียน งานที่แท้จริงคือการ “กำหนดกรอบปัญหา” (Problem Framing) และค้นหาให้ได้ว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ท่ามกลางสถานการณ์ที่ซับซ้อนและไม่มีคำตอบสำเร็จรูป
“เก่งวิชาการ” ไม่ได้แปลว่า “เก่งวิชาชีพ”
อีกหนึ่งประเด็นที่สะท้อนถึงทักษะที่ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องการ คือความแตกต่างระหว่างความสำเร็จทางวิชาการกับความสามารถในการทำงานจริง
หนึ่งในคนรุ่นใหม่ในวงสนทนาได้สะท้อนว่า “การเก่งทางวิชาการไม่ได้ทำให้เราเก่งในวิชาชีพโดยอัตโนมัติ” ซึ่งชี้ให้เห็นว่า นอกจากความรู้เชิงเทคนิคแล้ว ความกระหายในการเรียนรู้และความสามารถในการปรับตัวกำลังกลายเป็นคุณสมบัติสำคัญของแรงงานยุค AI
โดยเฉพาะ Human Judgement หรือวิจารณญาณของมนุษย์ ที่ยังเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์
แม้ AI จะสามารถทำงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น แต่ก็ยังสามารถสร้างคำตอบที่ผิดพลาด หรือมีแนวโน้มเห็นด้วยกับผู้ใช้งานมากเกินไป (Sycophancy) การรู้ว่า คำตอบใดควรเชื่อ คำตอบใดควรตั้งคำถาม และผลลัพธ์ใดควรนำไปใช้จริง จึงเป็นทักษะสำคัญอย่างยิ่ง
ด้วยเหตุนี้ Critical Thinking และ Soft Skills จึงกลายเป็น “สกุลเงิน” ที่มีมูลค่าสูงขึ้นในองค์กรยุคใหม่ ทั้งการสื่อสาร การนำเสนอ ภาวะผู้นำ การอ่านบรรยากาศ การเข้าใจผู้คน และการสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นทักษะที่มีความเป็นมนุษย์สูง และยังเป็นพื้นที่ที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ง่าย

มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนจาก “สถานที่เรียน” สู่พื้นที่สร้างประสบการณ์
เมื่อโครงสร้างองค์กรและเส้นทางอาชีพเปลี่ยนแปลง การศึกษาเองก็จำเป็นต้องเปลี่ยนตามไปด้วย เพราะการเรียนที่สิ้นสุดลงพร้อมใบปริญญาอาจไม่เพียงพอสำหรับตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
หนึ่งในประเด็นสำคัญจากวงสนทนา คือบทบาทของมหาวิทยาลัยที่ควรเปลี่ยนจากการเรียนรู้แบบทางเดียว ไปสู่การเป็น พื้นที่ทดลองและลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงเป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้นักศึกษาได้รับทั้งทักษะ เครือข่าย และความมั่นใจในการสร้างสิ่งใหม่
แนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “เรียนแล้วทำงาน” แต่คือ “เรียน–ทำงาน–กลับไปเรียน–และกลับมาทำงานอีกครั้ง” หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อให้คนสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางอาชีพได้ตามบริบทของโลกและตลาดแรงงาน
Work-Life Balance อาจไม่ใช่แค่เรื่อง “เวลา” แต่คือ “พลังงาน”
อีกหนึ่งมิติที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือแนวคิดเรื่อง Work-Life Balance ซึ่งอาจต้องมองให้กว้างกว่าการแบ่งจำนวนชั่วโมงระหว่างงานกับชีวิต
คนรุ่นใหม่ในวงสนทนาเปรียบ “พลังงาน” เหมือนแบตเตอรี่ สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงว่าเราชาร์จแบตเตอรี่อย่างไร แต่รวมถึงว่าเราเลือกใช้พลังงานไปกับอะไร
ความเหนื่อยจึงมีหลายรูปแบบ การเหนื่อยจากงานที่เรารักอาจเป็นความเหนื่อยที่เติมเต็ม ขณะที่การหมดพลังจากงานที่ไม่ตอบโจทย์ตัวเองอาจส่งผลต่อชีวิตในระยะยาว
หนึ่งในแนวทางที่ถูกเสนอคือ “Mirror Test” หรือการมองตัวเองในกระจกทั้งในตอนเช้าและก่อนจบวัน พร้อมถามตัวเองง่าย ๆ ว่า
“เราภูมิใจกับสิ่งที่กำลังทำอยู่หรือไม่?” และ “เรามีความสุขหรือไม่?”
หากคำตอบคือ “ไม่” นั่นอาจเป็นสัญญาณให้เรากล้าที่จะทบทวนและเปลี่ยนแปลงเส้นทางของตัวเอง พร้อมตระหนักว่าทุกคนควรคาดหวังถึงความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นธรรมในสถานที่ทำงาน

“ความกังวล” อาจเป็นของขวัญของการเติบโต
ท้ายที่สุด การก้าวเข้าสู่โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอาจมาพร้อมความไม่แน่นอนและความรู้สึกไม่สบายใจ แต่ความรู้สึกเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นสัญญาณให้เราถอยกลับ หากมองอีกมุมหนึ่ง ความกังวลอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์
การก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย การเรียนรู้เครื่องมือใหม่ การรับภารกิจที่ยังไม่พร้อม และการกล้าพูดว่า “Yes” กับโอกาสใหม่ ๆ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตัวเอง
สำหรับโลกการทำงานในยุค AI คนรุ่นใหม่จึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับ AI แต่ควรเรียนรู้ที่จะใช้มันเป็น “รถเร็ว” ที่ช่วยขยายศักยภาพ ขณะเดียวกันต้องรู้จักบริหาร “แบตเตอรี่” ของตัวเอง และไม่หยุดที่จะเรียนรู้
เพราะท้ายที่สุดแล้ว องค์กรรูปนาฬิกาทรายจะตั้งอยู่บนฐานที่แข็งแรง และฐานนั้นคือคนรุ่นใหม่
เมื่อความคล่องแคล่วในการใช้เทคโนโลยีถูกผสานเข้ากับ วิจารณญาณ ความคิดเชิงวิพากษ์ Soft Skills และความเข้าใจผู้คน คนรุ่นใหม่จะไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของยุค AI แต่จะก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้กำหนดยุคสมัย” ด้วยตัวเอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


